ขนาดตัวอักษร:
:::
วัฒนธรรมและเทศกาล

ข้ามผ่านคลองน้ำดำ ชาวหมิ่นหนานหยั่งรากลึกที่ผิงตง

ในประวัติศาสตร์ไต้หวัน (สมัยโบราณเรียกว่าต้าหยวน ไถหยวน) มีช่วงเวลาที่ผู้คนอพยบมาอยู่ 2 ครั้งใหญ่ๆ ครั้งแรกอยู่ในยุคสมัยตระกูลเจิ้ง ราวปลายศตวรรษที่ 17 เหล่าข้าราชการชั้นสูงชาวหมิ่นหนานต่างก็พากันเดินทางตามเจิ้งเฉิงกงเข้ามาไต้หวันผ่านลู่เอ่อเหมิน จากนั้นก็ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่รอบบริเวณฝู่เฉิงเมืองไถหนานและทำการค้าจนกลายเป็นตระกูลเศรษฐีในเวลาต่อมา
 
การอพยบครั้งที่ 2 อยู่ในสมัยที่ทหารและครอบครัวของพรรคก๊กมินตั๋งพ่ายแพ้จากสงคราม หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดกว้างสำหรับบุคคลเชื้อชาติอื่นให้เข้ามาในประเทศได้ก็มีชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากทั้งฟิลิปปินส์ ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนามทั้งสิ้น 4 ประเทศเข้ามาอย่างมากมาย กลายเป็นการอพยบครั้งที่ 3 ที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จากการสมรสเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันชาวไต้หวันเรียกบุคคลเหล่านี้ว่าผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่
 
 
ต้นศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา ตั้งแต่สมัยราชวงษ์ชิงไต้หวันก็ได้ใช้กฎเขิ่นเจ้าในการปกครองประเทศ มีหลายตระกูลที่ใช้เหตุผลว่าต้องการช่วยบุกเบิกพัฒนาประเทศ แต่จริงๆแล้วกลับเป็นการบุกเบิกเพื่อครอบครองที่ดินไว้เป็นของตน โดยเริ่มบุกเบิกจากพื้นที่ราบผิงตงเป็นอาณาบริเวณกว้าง ครอบครัวเศรษฐีชาวหมิ่นหนานมีทั้งสิ้น 7 ตระกูลใหญ่ซึ่งได้ขยายบริเวณจากพื้นที่ด้านขวาของเกาผิงซีในปัจจุบันไปทางพื้นที่ราบผิงตง การบุกเบิกนี้กินพื้นที่ไกลจนถึงบริเวณฟั่งสว่อเซ่อใกล้กับบริเวณแม่น้ำต๋าหลินซี (หมายเหตุ 1)
 
ก่อนที่ชาวหมิ่นหนานจะย้ายจากมณฑลฝูเจี้ยนมาที่ชนบทผิงตง ที่ราบผิงตงเคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่ามาข่าเต้าซึ่งเป็นชนเผ่าที่แยกมาจากชาวเขาเผ่าผิงผู่และเผ่าซีลาหย่า ส่วนที่เขาต้าอู่ก็มีชาวเผ่าไผวานและเผ่าหลูข่ายทั้งสิ้นสองเผ่าอาศัยอยู่
 
กล่าวโดยสรุป ทางใต้ของแม่น้ำจว๋อสุ่ยซีส่วนใหญ่เป็นชาวหมิ่นหนานเช่นเดียวกับชนบทผิงตง ชาวแคะมีประชากรราวร้อยละ 20-30 ส่วนชาวพื้นเมืองมีราวร้อยละ 10 จึงกล่าวได้ว่าไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของชาวหมิ่นหนานทั้งอาหารการกิน เครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยต่างก็ซึมซับเข้าไปในชีวิตประจำวันของชาวผิงตงแล้ว เมื่อถึงคราวเลือกตั้งเมื่อต้องการติดต่อกับทางราชการ หรือการในชีวิตประจำวันต่างไม่ต้องแสดงออกเป็นพิเศษว่าตนมีเชื้อสายชาวหมิ่นหนาน
 
สถาปัตยกรรมก็เช่นกัน ชาวแคะเองก็ได้แต่งงานกับชาวหมิ่นหนานจนมีการแลกเปลี่ยนผสมผสานกันของวิถีการดำเนินชีวิต จนปัจจุบันยากที่จะพบเห็นครัวในรูปแบบดั้งเดิมของชาวแคะอีก บ้านของชาวแคะก็เหมือนๆกับบ้านของชาวหมิ่นหนานโดยเป็นบ้านชั้นเดียวเรียงกันในสามด้านของสี่เหลี่ยมจตุรัสโดยสามารถแยกแยะว่าเป็นบ้านชาวหมิ่นหนานหรือชาวแคะได้จากชื่อที่ติดอยู่บนประตูของแต่ละบ้านเท่านั้น
 
ดังนั้น เราแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าอาหารพื้นเมืองที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกวันเป็นอาหารหมิ่นหนานหรือไม่ ผิดกับกับป้ายขายอาหารแคะที่เราพบเห็นที่บ้านของชาวแคะในอำเภอฉางจื้อ อำเภอวั่นหลวนที่พบเห็นได้ทุกที่และทราบได้ทันทีว่าเป็นอาหารแคะ
 
หากเดินไปตามท้องถนน คุณแทบจะไม่เห็นป้ายที่เขียนว่าขายอาหารหมิ่นหนาน เพราะอาหารชาวหมิ่นหนานสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ลักษณะการแต่งกายก็เช่นกัน เมื่อพบเห็นผ้าย้อมครามก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นเสื้อผ้าของชาวแคะ เมื่อเห็นภาพวาดลวดลายงูร้อยก้าว ดอกลิลลี่ก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นชาวเผ่าพื้นเมือง แต่ในชีวิตประจำวัน เรากลับไม่พบลักษณะเด่นของชาวหมิ่นหนานนับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งนัก
 
เมื่อชาวแคะแขวนโคมซินติงในเทศกาลเจียตง เราก็ทราบทันทีว่าเป็นวัฒนธรรมและเทศกาลของชาวแคะ เทศกาล 5 ปีและเทศกาลเสี่ยวหมี่เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของชาวเผ่าพื้นเมือง แต่หากถามถึงเทศกาลของชาวหมิ่นหนาน เรากลับนึกไม่ออกว่ามีเทศกาลดั้งเดิมอะไรบ้าง
 
ในบ้านเมืองที่คนส่วนใหญ่เป็นชาวหมิ่นหนานแต่กลับไม่มีวัฒธรรมพิเศษใดๆที่เป็นของชาวหมิ่นหนานนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกอย่างหนึ่ง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการลืมเลือนของคนส่วนใหญ่เพราะชาวหมิ่นหนานเองไม่มีเทศกาลเฉพาะของตนเองเพราะต่างก็ได้กลืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปจนหมดสิ้น
 
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน อำเภอจิ่วหยูจะเต็มไปด้วยบรรยากาศของงานวัดอันครื้นเครง เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นโดยวัดซานซันกว๋อหวังในอำเภอจิ่วหยูซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับท่านย่าหวังเหย งานนี้จัดต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปีแล้ว ภายในงานจะมีขบวนแห่ซึ่งยาวไปจนถึงอำเภอหลินลว่อข้างเคียง จากเรื่องราวความเชื่อเรื่องตำนานงานสมรสของชาวหมิ่นหนานอำเภอจิ่วหยูและชาวแคะอำเภอหลินลว่อที่สืบสานกันมานานกว่า 200 ปี จนถึงบัดนี้ก็ยังเป็นที่ศรัทธาของคนทุกยุกทุกสมัย
 
งานบูชาเจ้าแห่งท่าเรือตะวันออกจัดขึ้นสามปีครั้งเป็นเทศกาลของชาวหมิ่นหนาน เมื่องานเริ่มก็จะมีเสียงปะทัดและแสงจากดอกไม้ไฟจุดขึ้นเต็มท้องฟ้าตำบลอูกั่งเพื่อต้อนรับเทพเจ้า นอกจากนี้ เจ้าแม่ม๋าจ้อในวัดฉือฟ่งเมืองผิงตงก็ยังมีผู้คนหลั่งไหลไปสักการะบูชาตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ที่ผู้คนจำนวนมากมักไปกราบไหว้ขอพรในวันตรุษจีน นอกจากนี้ยังมีเทศกาลปาเป่าของอำเภอหมั่นโจวเป็นต้น เทศกาลเหล่านี้ต่างก็เป็นเทศกาลของชาวหมิ่นหนานโดยเฉพาะ หมายเหตุ 2
 
 
 
หมายเหตุ 1อ้างอิงข้อมูลจากนิตยสารชนบทผิงตง ฉบับปี 2014
หมายเหตุ 2อ้างอิงข้อมูลจากนิตยสารชนบทผิงตง ฉบับปี 2014