ขนาดตัวอักษร:
:::
วัฒนธรรมและเทศกาล

ดอกลิลลี่ป่าและงูร้อยก้าวที่พัวพันกันอยู่บนเทือกเขา

ชนบทผิงตงมีหมู่บ้านชนเผ่าทั้งสิ้น 8 แห่งซึ่งตั้งอยู่ติดกับเขาต้าอู่ทั้งหมด หากเรียงจากเหนือลงใต้จะเป็นอำเภอซันตี้เหมิน อำเภออู้ไถ(ชนเผ่าหลู่ข่ายเป็นหลัก) อำเภอฝงเจีย อำเภอไท่อู่ อำเภอไหลอี้ อำเภอไหลยื่อ อำเภอซือจื่อ อำเภอหมู่ตัน มีประชากรราว 6 หมื่นคน (หมายเหตุ 1) ต้นกำเนิดของเผ่าไผวันเริ่มต้นขึ้นที่เขาต้าอู่ทางเหนือ แต่เนื่องจากชนเผ่ามีการเคลื่อนย้ายไปมา จึงกล่าวได้ว่าเขาต้าอู่เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าไผวันและเผาหลู่ข่าย
 
ชนเผ่าส่วนใหญ่ที่อาศัยในชนบทผิงตงเป็นชนเผ่าไผวันและหลู่ข่ายเป็นหลัก โดยมีประชากรชาวเผ่าหลู่ข่ายเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นชนเผ่าไผวัน
 
ในสมัยที่ถูกฮอล์แลนด์และสมัยตระกูลเจิ้งปกครองยังไม่เคยมีนโยบายการปกครองชนเผ่าต่างๆที่ไต้หวันตะวันออกมากนัก จึงไม่ค่อยพบข้อมูลบันทึกทางประวัติศาสตร์ ราวศตวรรษที่ 17 ในสมัยท้ายราชวงศ์ชิงในการปกครองของจักรพรรดิคังซีจึงมีการบันทึกข้อมูลไว้บ้างเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งก่อนราชวงศ์ชิงก็ยังไม่มีการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลชนเผ่าต่างๆโดยจะเรียกชนเผ่าต่างๆของไต้หวันว่าฟัน หรือเซิงฟัน
 
ชนเผ่าไผวันปรากฎขึ้นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์คือเมื่อปี 1899 โดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่นนามว่าอีเหนิงเจียจวี้ในหนังสือ “เรื่องราวชาวเขาในไต้หวัน” จนเมื่อปี 1935 มีหนังสือที่เขียนโดยอี๋ชวนจื่อจือจั้งและคณะได้จัดทำหนังสือ “วิจัยที่มาของชนเผ่าเกาซา”จึงได้มีการกล่าวว่าชนเผ่าหลู่ข่ายเป็นชนเผ่าที่แยกตัวออกจากชนเผ่าไผวัน (หมายเหตุ 2)
 
เมื่อเดินผ่านเส้นทางเปยหนันโบราณจะพบว่าชนเผ่าต่างๆที่เคยอาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกและตะวันตกของเขาต้าอู่ซันได้มีการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างชนบทผิงตงและชนบทไถตงเนื่องจากมีการค้าขายและการสมรสระหว่างเผ่า ทำให้ทางด้านปลายของเขาต้าอู่ทางทิศใต้มีชนเผ่าอาเหม่ยและชนเผ่าปู้หนงที่มาจากทิศตะวันออก แต่เมื่อนานวันเข้าก็ถูกหลอมรวมเข้ากับชนเผ่าไผวัน จนชนเผ่าอาเหม่ยหรือชนเผ่าปู้หนงในขณะนี้ไม่ได้เป็นชนเผ่าแท้ดั้งเดิมอีก
 
แหล่งที่ตั้งของชนเผ่าหลู่ข่ายตั้งอยู่ที่อำเภออู้ไถ (หมายเหตุ 3) ส่วนหมู่บ้านของชนเผ่าอีก 7 ชนเผ่ามีชนเผ่าไผวันเป็นหลัก ในเผ่าไผวันก็มีการตั้งหมู่บ้านขึ้นหลายที่ มีการแบ่งเป็นชนเผ่าไผวันทางเหนือ ชนเผ่าไผวันภาคกลาง และชนเผ่าไผวันทางใต้ ที่ตั้ง การแต่งกาย และเทศกาลของชนเผ่าไผวันทั้ง 3 ชนเผ่านี้ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย
 
ในปัจจุบันนี้ชนเผ่าไผวันยังคงมีการแบ่งชนชั้นอย่างเข้มงวด เป็นชนเผ่าที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของไต้หวันรองจากเผ่าอาเหม่ย ผู้ที่ตำแหน่งสูงที่สุดคือครอบครัวหัวหน้าเผ่า ชนชั้นกลางคือหมอผี ผู้ดี ผู้กล้าซึ่งต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตน ส่วนชนชั้นล่างคือประชาชนทั่วไปโดยชาวเผ่าห้ามแต่งงานข้ามชั้น หากมีผู้กล้าแต่งงานกับลูกสาวของหัวหน้าเผ่าก็จะเลื่อนขั้นเป็นผู้ดีทันที
 
เสื้อผ้าและลวดลายของเผ่าไผวันก็มีความแตกต่างกันตามชนชั้นวรรณะ เช่นผู้ที่เป็นหัวหน้าเผ่าเท่านั้นจึงจะสวมปีกของนกอินทรีย์ตัวผู้ได้ ผู้ที่เป็นผู้ดีเท่านั้นจึงจะใช้ภาพงูร้อยก้าวได้ และดอกลิลลี่ป่าเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความสง่างามที่มีเพียงเจ้าหญิงจึงสามารถปักไว้บนเสื้อผ้าหรือหมวกได้
 
เทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวไผวันเป็นเทศกาล 5 ปีซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปี เทศกาล 5 ปีจัดขึ้นเพื่อสักการะดวงวิญญาณของบรรพบุรุษให้คุ้มครองให้มีผลผลิตที่ดี ปลอดภัย ดังนั้นแต่เดิมจะเรียกว่าเทศกาลกราบไหว้ดวงวิญญาณ ต่อมาจึงค่อยๆเปลี่ยนมาเรียกว่าเทศกาล 5 ปี ส่วนเผ่าหลู่ข่ายไม่มีความเชื่อในเทศกาลนี้
 
หลายปีมานี้รัฐบาลมีการริเริ่มจัดกิจกรรมต่างๆ จึงมีการจัดกิจกรรมเทศกาลวัฒนธรรมต่างๆ เทศกาลต่างๆเหล่านี้อาจไม่ใช่ประเพณีดังเดิมของชนเผ่านั้นๆ เช่นที่บ้านฝงเจียมีเทศกาลหงหลี ที่บ้านหมู่ตันมีเทศกาลดอกโบตั๋นป่าโดยส่วนใหญ่เป็นเทศกาลพื้นเมืองที่นำสินค้าเกษตรมาเป็นตัวเอกของเทศกาล
 
กาดินเผา มีดบรอนซ์และลูกปัดแก้วเป็นสิ่งของที่ทรงคุณค่าของเผ่าไผวัน กาดินเผาก็เป็นเครื่องหมายแสดงถึงฐานะของชาวหลู่ข่าย ในชนเผ่าที่มีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนอย่างชนเผ่าชนเผ่าหลู่ข่ายมีเพียงกาดินเผาเท่านั้นที่จะแกะสลักลวดลายงูร้อยก้าวโดยไม่อนุญาตให้มีลวดลายงูร้อยก้าวในกาดินเผาของชาวเผ่าทั่วไป
 
การทำลูกปัดแก้วเป็นงานฝีมือดั้งเดิมของชนเผ่า เป็นสินค้าที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของชนเผ่าไผวัน ด้วยความมุ่งมั่นของช่างฝีมือเช่น ซือซิ่วจู๋ อูหม่าซือ ซ่ากู่หลิวเป็นต้นที่นำเอาเทคนิดสมัยใหม่มาทำเป็นสินค้าชิ้นพิเศษจากชนเผ่าไผวัน นอกจากนี้เผิงชุนหลินจากเผ่าหลู่ข่ายก็มีฝีมือการปักผ้าด้วยมือที่เก่งกาจ เป็นช่างปักผ้าผู้ชายคนแรกของเผ่าหลู่ข่ายซึ่งมีชื่อเสียงในวงการช่างฝีมือของชนเผ่าในไต้หวัน
 
เทคนิคการทำสินค้าของช่างทั้งหลายมีความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก จนบ่อยครั้งที่ได้ถูกใช้เป็นของขวัญต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของรัฐบาลชนบทผิงตง อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่สำนักนายกรัฐมนตรีใช้มอบให้กับแขกผู้มีเกียรติ เป็นเครื่องหมายแสดงถึงฝีมือของช่างในชนเผ่าต่างๆของไต้หวัน ดังนั้นจึงมีหนุ่มสาวกลับมาทำงานที่บ้านเกิดตนเอง ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานผลงานศิลปะต่างๆเหล่านี้
 
เสียงร้องของชาวเขามีความใสประดุจน้ำผุดบนเขาต้าอู่ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนต่างชื่นชอบในการร้องเพลง เช่น ทีมนักร้องเพลงโบราณโรงเรียนประถมไท่อู่ ทีมนักร้องเพลงโบราณโรงเรียนประถมหมู่ตันต่างก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ชนเผ่าไผวันก็มีชาวเผ่าเข้าไปทำงานในวงการบันเทิงอย่างนักร้องวงร็อคต้งลี่หว่อเชอซึ่งมีสมาชิกในวงเป็นชาวเผ่าไผวัน
 
ชายที่มีชื่อภาษาจีนว่าชิวจินซื่อ หรือนายอาวน์นี่ คาลอส เป็นนักประพันธ์ชื่อดังที่สำคัญที่สุดของเผ่าหลู่ข่าย และยังมีไถปังซาซาเล่อซึ่งเป็นนักประพันธ์สมัยใหม่
 
 
 
 
หมายเหตุ 1จากข้อมูลสถิติของรัฐบาลชนบทผิงตงเมืองปี 2014 พบว่าชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในชนบทผิงตงมีทั้งสิ้น 58177 คน โดยมีเผ่าไผวันที่มีชาวเผ่ามากที่สุดถึง 47290 คน จากนั้นเป็น 5825 คนจากเผ่าหลู่ข่าย ตามด้วยเผ่าอาเหม่ย ปู้หนง และไท่หย่า
 
หมายเหตุ 2ชาวเผ่าหลู่ข่ายแบ่งออกเป็นกลุ่มหลู่ข่ายทางตะวันออกของชนบทไถตง กลุ่มหลู่ข่ายทางตะวันตกของชนบทผิงตง และกลุ่มเสี้ยซันที่เขตเม่าหลินเมืองเกาสง ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นิตยสารผิงตงฉบับปี 2014
 
หมายเหตุ 3หมู่บ้านชาดี อาหลี่ เสินซันเป็นต้น เป็นหมู่บ้านชาวหลู่ข่ายที่ผู้คนมักได้ยินอยู่บ่อยครั้ง บ้านชิงเย่ที่อำเภอซานตี้เหมินเป็นสถานที่ที่ชาวหลู่ข่ายนอกอำเภออู้ไถพักเป็นจำนวนมาก โดยนายเผิงชุนหลินก็เป็นบ้านเกิดจากบ้านชิงเย่ด้วยเช่นกัน