ขนาดตัวอักษร:
:::
แนะนำเมือง

หัวข้อ: เมืองแห่งแสงอาทิตย์ ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์

   ชนบทผิงตงมีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใต้เส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์ทั้งเมือง เป็นเมืองที่มีความต่างของอุณหภูมิไม่มาก มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 25.5 องศาเซลเซียส มีหน้าร้อนยาวถึง 9 เดือน จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงของเขตร้อน” แม้ว่าหน้าร้อนของผิงตงจะมีระยะเวลาที่ยาวนานแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอุณหภูมิสูงอยู่ตลอดเวลา เพราะถูกโอบล้อมไปด้วยช่องแคบไต้หวัน ช่องแคบบาชิ และมหาสมุทรแปซิฟิก อีกทั้งยังมีลมมรสุมเขตร้อนที่มีกำลังแรงอยู่ตลอด ช่วยลดความร้อนอบอ้าวลงไปได้ จนทำให้เดือนกรกฎาคมที่ควรจะร้อนที่สุดกลับมีอุณภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นในไต้หวัน


  ด้วยการบดบังจากเทือกเขาต้าอู่ซันและเทือกเขาจงยัง ช่วยกั้นเมืองออกจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งยังอยู่ในบริเวณละติจูดต่ำจึงได้รับแสงแดดค่อนข้างมาก หน้าหนาวจึงไม่หนาวมากนักเว้นแต่เป็นวันที่มีมรสุมลมหนาวพัดผ่านเพียงไม่กี่วันของปีเท่านั้น แสงแดดของเมืองทางใต้ช่วยให้หน้าหนาวของผืนดินแห่งนี้เป็นเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ เดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุดมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 19.5 องศาเท่านั้น

มีแสงอาทิตย์อย่างเพียงพอและมีฤดูร้อนที่ยาวนาน ทำให้บริเวณผิงตงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ถึง 3 ครั้งต่อปี (นาข้าว 2 ครั้ง ธัญพืชอื่นๆ 1 ครั้ง) ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ยังเป็นดินแดนแห่งผลไม้ มีชมพู่หวานกรอบน่าทาน มีมะพร้าวดับกระหาย มีมะม่วงที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ มีกล้วยเนื้อเนียนละเอียดหวานหอม มีสัปปะรดรสชาติดีและมีผลไม้ตามฤดูกาลตลอดทั้งปีให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรค์อย่างมากมาย

ดินแดนทางใต้แห่งนี้เป็นเมืองที่ไม่ร้อนในฤดูร้อนและไม่หนาวในฤดูหนาว ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีพืชผลอันอุดมสมบูรณ์ สภาพภูมิอากาศแสนสบาย แต่ก็มีการเกิดภัยภิบัติจากพายุหรือลมภูเขาอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน

เนื่องจากเมืองเหิงชุนอยู่ติดกับช่องแคบบาชิ เป็นพื้นที่ที่รับลมมรสุมมากที่สุดในไต้หวันทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่บริเวณนี้ จึงมักทำให้ชาวประมงได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ลมภูเขาเป็นสภาพภูมิอากาศเฉพาะที่เกิดที่บริเวณพื้นที่เหิงชุนเท่านั้น พูดอีกนัยหนึ่งก็คือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากเดือนกันยายนของทุกปีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังแรงขึ้นและพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบเนินเขา ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะพัดเข้ามาทางตะวันออกและพัดขึ้นตามเนินเขา เมื่อถึงยอดเขาแล้วก็จะพัดลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลมภูเขาที่มีความแรงเหมือนลมพายุ กระแสลมจะเบาลงเมื่อเข้าฤดูหนาวและสงบลงในเดือนเมษายนของปีถัดไป