ขนาดตัวอักษร:
:::
แนะนำเมือง

ดินแดนทางตอนใต้ ทางตะวันตกของเขาต้าอู่

เนื้อหาหลัก
ชื่อ“ผิงตง”กลายมาเป็นชื่อสถานที่ปรากฎครั้งแรกในสมัยที่ถูกญี่ปุ่นปกครอง ในสมัยนั้นหน่วยงานที่ปกคลุมไต้หวันแบ่งไต้หวันออกเป็น 12 เมือง แล้วจึงรวมเป็น 5 รัฐ 2 เมือง คำว่า“ผิงตง”ในสมัยนั้นปรากฏครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ในเอกสารของหน่วยงานราชการด้วยคำว่า “รัฐเกาสงเขตผิงตง”
 
เขตผิงตงในสมัยนั้นมีพื้นที่เท่ากับผิงเป่ยในปัจจุบัน ประกอบด้วยเมืองผิงตงและอำเภอฉางจื้อ อำเภอเหยนผู่ อำเภอจิ่วหยู อำเภอหลี่กั่ง อำเภอเกาซู่ รวมไปถึงบ้านเกิดของชนเผ่าทั้งสอง—อำเภอซันตี้เหมินและอู้ไถ
 
ส่วนชื่อ “ผิงตง” โดยทั่วไปเชื่อว่าเริ่มใช้กันในราชวงศ์ชิงในสมัยจักรพรรดิเจียชิ่งตามชื่อสถานศึกษา “โรงเรียนผิงตง” ในสมัยนั้นได้มีการเขียนหน้าประตูเริ่มต้นด้วยคำวว่า “ผิง” “ตง” (หมายเหตุ 1)
 
หากย้อนกลับไปดูพื้นที่ของชนบทผิงตงจะพบว่าเขตทั้ง 4 ที่อยู่ในรัฐเกาสงในสมัยนั้นเป็นพื้นที่อาณาเขตทั้งหมดของชนบทผิงตง เขตทั้ง 4 แบ่งออกเป็นเขตผิงตงที่อยู่ทางเหนือ เขตตงกั่งและเขตเฉาโจวที่อยู่ตรงกลาง และเขตเหิงชุนที่อยู่ทางผิงตงตอนใต้
 
หลังจากที่รัฐบาลไต้หวันได้เข้ามาปกครองประเทศในปี 1950 ผิงตงก็ได้ตั้งเมืองชนบท กลายเป็นชนบทผิงตงในปัจจุบัน
 
ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของชนบทผิงตงตั้งอยู่ติดกับเมืองเกาสง ทางทิศตะวันออกอยู่ติดกับเขาต้าอู่ แม่น้ำตงกั่งไหลผ่านที่ราบผิงตงไปทางตะวันตกและออกที่ช่องแคบไต้หวัน มองไปก็จะเห็นประเทศจีนอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนทางทิศใต้ตั้งอยู่ติดกับเหิงชุนสามารถมองเห็นช่องแคบบัส ส่วนทิศตะวันออกของอำเภอหมั่นโจวของชนบทผิงตงตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
 
ไต้หวันไม่มีเมืองใดที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ นิเวศวิทยา และชาติพันธุ์มากเท่าชนบทผิงตง ไม่มีเมืองใดที่มีทั้งหนึ่งในภูเขาที่สูงที่สุดของไต้หวันอย่างเขาต้าอู่ทางเหนือ ที่ราบผิงตงที่เป็นทุ่งกว้าง และเหิงชุนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพรวมกันอยู่ในเมืองเดียวได้
 
ด้วยความได้เปรียบทางผืนดินและธรรมชาติ ทำให้ชนบทผิงตงเป็นเมืองที่มีความได้เปรียบเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวทางการเมือง อีกทั้งยังมีธรรมชาติและชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ทำให้เป็นเมืองที่มีน้ำหนักเสียงค่อนข้างมาก
 
ในปี1986 พรรคการเมืองแรกของไต้หวัน ก่อนที่จะมีพรรคหมินจิ้นตั่ง การเมืองท้องถิ่นถูกปกครองด้วยพรรคก๊กมินตั๋งแทบทั้งสิ้น ไม่เว้นแต่ชนบทผิงตง ผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรกตั้งแต่เริ่มมีชนบทผิงตงคือนายจังซันจงซึ่งเป็นสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋งจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่ 8 เคอเหวินฝู โดยช่วงเวลาที่พรรคก๊กมินตั๋งเป็นใหญ่กินเวลายาวนานเท่ากับเหตุการณ์วุ่นวายสีขาว   228 เมื่อปี 1947 (หมายเหตุ 2)
 
จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยที่ 9 นายชิวเหลียนฮุยจึงได้อาศัยชื่อเสียงของบุคคลไม่สังกัดพรรคและเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนจนชนะการเลือกตั้งในปี 1981 เป็นครั้งแรกที่สามารถหยุดสถานการณ์การบริการหลายสมัยต่อเนื่องของพรรคก๊กมินตั๋งลงได้ กลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดไร้สังกัดพรรคคนแรกของชนบทผิงตง
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรกของพรรคมิ๋นจิ้นตั่งคือนายซูเจินชัง เปิดการเปิดศักราชการปกครองอันยาวนานของพรรคมิ๋นจิ้นตั่งในชนบทผิงตง จากนั้นก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดซูเจียฉวน ผู้ว่าราชการจังหวัดเฉาฉีหมิง จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพาน ม่งอันในสมัยปัจจุบัน นับตั้งแต่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดซูเจียฉวนดำรงตำแหน่งเป็นต้นมา พรรคก๊กมินตั๋งก็ไม่เคยมีใครได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอีก
 
ที่ตีนเขาต้าอู่ ผู้คนชาติพันธุ์ต่างๆจะร่วมกันเดินหน้าเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างไม่หยุดยั่ง ชนบทผิงตงแห่งเดิมจะก้าวเดินสู่ถนนเส้นใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
 
 
หมายเหตุ 1ป้ายหน้าโรงเรียนผิงตงเริ่มต้นด้วยคำว่า ตั้ง(ผิง)อยู่ติดกับไท่อู่ สายลม(ตง)ต้นไม้ตะวันออก อ้างอิงจากนิตยสารชนบทผิงตง ฉบับปี 2014
หมายเหตุ 2ข้อมูลอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างอิงจากนิตยสารชนบทผิงตง ฉบับปี 2014
หมายเหตุ 3ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดซูเจินชังจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพาน ม่งอันมีเพียงอู่เจ๋อหยวนจากพรรคก๊กมินตั๋งที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด นอกนั้นมาจากพรรคหมินจิ้นตั่งทั้งหมด